Link to the original article on VOA Thai.

Play audio

นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศไทยขึ้นอยู่กับการปฏิรูปทางการเมืองและสถาบัน แต่ไม่คิดว่าจะมีฝ่ายใดนำมาบังคับใช้

ศาสตราจารย์ ผาสุก พงษ์ไพจิตร ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับล่าสุดของมูลนิธิ Asia หรือ Asia Foundation เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

ศาสตราจารย์ ผาสุก กล่าวว่า ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือและส่วนอื่นๆของประเทศ การเลือกตั้งทั่วไปและกระบวนการทำให้เป็นประชาธิปไตย นำรายได้จากการเก็บภาษีอากรให้ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นพวกเขาก็ต้องการให้ใช้ระบบหนึ่งคน-หนึ่งเสียงต่อไป ในขณะที่คนเหล่านี้ ซึ่งหมายถึงคนในกรุงเทพฯ กำลังพูดว่า ‘เราไม่ต้องการรัฐบาลที่มาจากระบบหนึ่งคน-หนึ่งเสียง เราต้องการทางเลือกซึ่งจะเปิดโอกาสให้เรามีผู้แทนได้มากขึ้น’ – นั่นคือส่วนหนึ่งของปัญหาใหญ่ study 1

การแบ่งแยกระหว่างนาครกับชนบทมักจะเป็นคำอธิบาย ที่ใช้กับการแบ่งแยกทางการเมืองในประเทศไทย แต่นักเศรษฐศาสตร์บอกว่า ยังมีความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้อยู่ต่อไปด้วย แม้ประเทศไทยจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมาแล้วอย่างมาก ซึ่งศาสตราจารย์ ผาสุก พงษ์ไพจิตร บอกว่าเป็นปัญหาสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ

นักเศรษฐศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้นี้กล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่พื้นฐานก็คือสังคมไทยมีความไม่เท่าเทียมกันเป็นอย่างมาก และคนที่อยู่ในระดับบนเคยชินกับการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทุกอย่าง จากการใช้จ่ายและนโยบายของรัฐบาล จึงเกิดปฏิกิริยาตอบโต้เมื่อประชาธิปไตยเริ่มทำงาน รายงานฉบับนี้เป็นเพียงความพยายามที่จะอธิบายว่า ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันทางด้านอื่นๆได้อย่างไร ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องคุณภาพของการศึกษาและประเด็นเรื่องค่าจ้างแรงงาน study 2

ธนาคารโลกประมาณว่า ในปี ค.ศ. 2012 กรุงเทพมหานครมีส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเท่ากับ 26% แต่การใช้จ่ายของรัฐบาลให้กับกรุงเทพฯสูงถึง 70%

Veronique Salze-Lozac’h นักเศรษฐศาสตร์ของ Asia Foundation ให้ความเห็นว่า การกระจายอำนาจจากส่วนกลาง และการใช้จ่ายเงินอย่างฉลาดต่อความต้องการที่สำคัญ เช่น การศึกษา จะต้องมีการปฏิรูปทางการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ของ Asia Foundation ผู้นี้กล่าวว่า การปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องทำนั้น เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว แต่ที่ไม่เกิดขึ้นเพราะมีการขวางกั้นบางอย่างทางการเมือง และว่าจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ต้องหาทางรวมผู้มีบทบาททางเศรษฐกิจต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในกระบวนการตัดสินใจด้วย study 3

นับตั้งแต่มีการประท้วงครั้งล่าสุดนี้ ได้มีข้อเสนอให้มีการปฏิรูปจากกลุ่มต่างๆ รวมทั้งจากนายกรัฐมนตรีเอง ข้อเสนอบางอย่าง เช่นให้รัฐบาลมีความโปร่งใสมากขึ้น และปราบปรามการซื้อคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ดูจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง แต่นักเศรษฐศาสตร์ Adam Burke บอกว่า การปรับโครงสร้างที่ลึกซึ้ง เช่นการกระจายอำนาจจากส่วนกลาง และให้รัฐบาลท้องถิ่นมีอิสระมากขึ้น ถูกต้านทานทั้งจากพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งถูกควบคุมโดยกลุ่มคนที่ร่ำรวยกลุ่มเล็กๆ และว่าอิทธิพลของคนเหล่านี้รู้สึกได้ในการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่ ในเวลานี้ในกรุงเทพฯ study 4

นักเศรษฐศาสตร์ Adam Burke บอกว่า สองกลุ่มผู้อุปถัมภ์นี้ แบ่งแยกกันเป็นสองขั้ว โดยมีคนชั้นนำของสังคมจำนวนน้อย เป็นผู้นำให้กับแต่ละฝ่าย และในขณะนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดต้องการ หรือมีความโน้มเอียงที่จะใช้ความรุนแรง แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นความน่าเกลียดชังได้อย่างรวดเร็ว นักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นส่งท้ายว่า ไม่ว่าจะแก้ไขความชะงักงันทางการเมืองครั้งล่าสุดนี้ได้อย่างไร การปฏิรูปโครงสร้างทางอำนาจของพรรคการเมืองในประเทศไทย เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่ร่ำรวยมากขึ้น และรวบรวมผู้คนให้เข้าร่วมในสังคมเดียวกันได้มากขึ้นด้วย study 5



Vocabulary
กระบวนการ - procedure; process
การกระจาย - distributing
การเก็บเกี่ยว - harvesting; reaping
การเจริญเติบโต - growth
การใช้จ่าย - spending
การเติบโต - growth
การแบ่งแยก - division; segregation
การปฏิรูป - [the process of] reform; reforming
การประท้วง - a protest
การปรับ - adjustment; improvement
การเลือกตั้ง - election
การสนับสนุน - assistance; support
แก้ไข - to correct; to cure
ขวางกั้น - to hinder; impede; block
ข้อเสนอ - to offer; propose
คณะเศรษฐศาสตร์ - Faculty of Economics
คนชั้นนำ - high class person; elite
ควบคุม - to control
ความชะงักงัน - cessation; stoppage
ความน่าเกลียดชัง - ugliness that can cause horror and fear
ความโน้มเอียง - propensity; inclination
ความโปร่งใส - transparency
ความพยายาม - attempt; effort
ความไม่เท่าเทียมกัน - inequality; unfairness
ความรุนแรง - violence
ค่าจ้างแรงงาน - cost of labor; wage
คำอธิบาย - description; explanation
คุณภาพ - quality (level)
เคยชิน - familiar with; accustomed to; used to...
โครงสร้าง - structure; frame
ชนบท - countryside; rural area
เชิงลบ - negative
ดำเนิน - to carry out; go forward with a plan
ตะวันออกเฉียงเหนือ - northeast
ตัดสินใจ - to decide
ต้านทาน - to resist
ท้องถิ่น - local; area
ทางการเมือง - political
ธนาคารโลก - the World Bank
นโยบาย - policy
นักเศรษฐศาสตร์ - economist
นับตั้งแต่ - from; since
นาคร - city people
ในขณะที่ - while; whereas
บทบาท - role; part
แบ่งแยก - to be divided; split
ปฏิกิริยาตอบโต้ - reaction; reflect
ประชาชน - citizens, the public
ประชาธิปไตย - democracy
ประเด็น - the point at issue; the topic
ประมาณ - to estimate
ปราบปราม - [to] suppress; repress; bring under control
เปลี่ยนแปลง - to change
ผลประโยชน์ - profit; gain; beneficial effect
ผลิตภัณฑ์มวลรวม - gross domestic product
ผู้แทน - delegate; representative
ผู้ร่วมเขียน - co-author
ผู้อุปถัมภ์ - supporter; sponsor; contributor
ฝ่ายค้าน - political opposition party
พรรครัฐบาล - government (political) party
ภาษีอากร - taxation; tax
มหาวิทยาลัย - university
มูลนิธิ - foundation
รวบรวม - [to] gather; collect
รัฐบาล - government
รายได้ - income
ลึกซึ้ง - deep; profound
ศาสตราจารย์ - professor
เศรษฐกิจ - economy
ส่งผลกระทบ - [to] have an affect on; impact
ส่วนกลาง - middle; central
สองขั้ว - bipolarity
สังคม - society
สามารถ - can; be able to
อนาคต - the future
อำนาจ - authority; power
อิทธิพล - influence
อิสระ - free; independent

Home...