Link to the original article on VOA Thai.

Play audio

เทคโนโลยี “หุ่นยนต์สังหาร” อาจเป็นภัยคุกคามชีวิตประชาชนในพื้นที่ขัดแย้งในอนาคต

เหตุการณ์ความรุนแรงข้ามพรมแดนระหว่างอิสราเอลกับฉนวนกาซ่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีทางการทหารแบบ ไร้คนบังคับมากขึ้น เมื่ออิสราเอลได้นำระบบป้องกันขีปนาวุธแบบอัตโนมัติหรือ Iron Dome มาใช้ในการป้องกันจรวดจากฉนวนกาซ่า ในขณะเดียวกันกองทัพสหรัฐที่ปฏิบัติการอยู่ในอาฟกานิสถาน ก็ได้นำยานพาหนะและเครื่องบินแบบควบคุมระยะไกล มาใช้ในการทำสงครามมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในการลาดตระเวน ระบุเป้าหมาย หรือในการโจมตี study 1

เครื่องบินรบแบบควบคุมระยะไกลหรือ Drone นั้น ไม่ต้องใช้นักบิน แต่มนุษย์ยังคงทำหน้าที่ในการตัดสินใจเลือกเป้าหมายในการโจมตี แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มหวั่นเกรงว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการทหารลักษณะนี้ อาจนำไปสู่การพัฒนาอาวุธสงครามที่ควบคุมตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ภายในช่วงไม่กี่สิบปีข้างหน้า study 2

คุณ David Mepham ผอ.องค์การ Human Rights Watch ในประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีแนวโน้มว่ากองทัพประเทศตะวันตกได้พยายามพัฒนาอาวุธที่สามารถ ควบคุมตัวเองได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงในการทำงาน

Human Rights Watch ได้จัดทำรายงานร่วมกับ Harvard Law School’s International Rights Clinic ชี้ว่าภายใน 30 ปี กองทัพประเทศต่างๆอาจมีหุ่นยนต์ที่ควบคุมตัวเองได้ และตัดสินใจเลือกเป้าหมายในการโจมตีได้เอง เรียกว่า“หุ่นยนต์สังหาร” ซึ่งจะทำให้ชีวิตของประชาชนในเขตที่เกิดความขัดแย้ง ตกอยู่ในความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น study 3

คุณ David Mepham แสดงความกังวลว่า หุ่นยนต์สงครามในอนาคตนั้นอาจจะไม่สามารถแยกแยะ ระหว่างคนที่ถืออาวุธกับเด็กที่ถือไอศครีมได้ ซึ่งจะทำให้โลกย้อนไปสู่ยุคการทำสงครามแบบป่าเถื่อนอีกครั้ง

เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น Human Rights Watch พยายามผลักดันให้มี ข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อห้ามพัฒนาอาวุธ ในลักษณะหุ่นยนต์สังหาร แบบเดียวกับข้อตกลงห้ามใช้กับระเบิดและระเบิดลูกปราย แม้ว่ากองทัพสหรัฐและอีกหลายประเทศได้ยืนยันแล้วว่าไม่มีแผนจะใช้เทคโนโลยีทางการทหารดังกล่าว โดยไม่มีมนุษย์คอยควบคุมหรือตัดสินใจ study 4

อย่างไรก็ตาม คุณ Hugo Rosemont นักวิเคราะห์อิสระด้านความมั่นคงเห็นว่า ควรมีการหารือบนเวทีโลก เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในด้านการทหาร และในด้านอื่นๆ เช่นการบริหารจัดการภัยพิบัติ และการบรรเทาทุกข์ด้วย

คุณ Hugo Rosemont ชี้ว่าหุ่นยนต์จะมีประโยชน์มากมายในอนาคต หากใช้ในทางที่ถูกต้อง เช่นนำหุ่นยนต์เข้าไปช่วยในการควบคุมภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิม่าในญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นงานที่เหมาะสมกับหุ่นยนต์มากกว่าการทำสงคราม study 5



Vocabulary
กองทัพ - armed forces
กังวล - [is] anxious; worried
การโจมตี - assault; strike; attack
การบริหาร - administration
การป้องกัน - defense; protection
การลาดตระเวน - reconnaissance; patrol
ขีปนาวุธ - ballistic missile
ความก้าวหน้า - advance; progress
ความขัดแย้ง - conflict; disagreement
ความมั่นคง - security
จรวด - rocket
ฉนวน - a corridor
ทำหน้าที่ - to perform a duty
แทรกแซง - to interfere
เน้นย้ำ - to repeat; to emphasize
แนวโน้ม - tendency; trend
บรรเทาทุกข์ - mitigate suffering; [to] rescue
บังคับ - to command; control
ประชาชน - citizens; the public
ปฏิบัติการ - to operate; to take action
ป่าเถื่อน - [is] barbaric; uncivilized
เป้าหมาย - objective; target
พรมแดน - a border
พัฒนา - to develop
พิบัติ - disaster; catastrophe
มนุษยชน - humanity; human beings
ย้อน - to return back; to reverse
ยานพาหนะ - vehicle
ยืนยัน - to insist, confirm
แยกแยะ - to distinguish; differentiate
ระเบิดลูกปราย - cluster bombs
ลักษณะ - characteristic; style
เวที - stage
สงคราม - war
สมบูรณ์ - perfect; complete; absolute
หวั่นเกรง - [is] apprehensive; fearful
หารือ - to consult; to seek advice
หุ่นยนต์ - robot
เหตุการณ์ - event; incident
เหมาะสม - appropriate; suitable
อาวุธ - weapon
อิสระ - free; independent

Home...