Link to the original article on VOA Thai.

Play audio

นักวิเคราะห์ระบุ "Fiscal Cliff" จะเป็นภัยคุกคามที่ท้าทายการจัดการและแก้ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ช่วงนี้เราจะได้ยินคำว่า Fiscal Cliff หรือหุบเหวทางการคลังบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจริงๆ แล้ว Fiscal Cliff ที่ว่านี้คือข้อผูกมัดทางการคลัง ที่รัฐบาลพรรคเดโมแครต กับรัฐสภาโดยเฉพาะสภาล่างที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันนั้น ต้องพยายามหาข้อตกลงกันให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยง Fiscal Cliff หรือการตกไปในหุบเหวทางการคลัง ซึ่งก็จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า นั่นคืออัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติแบบถ้วนหน้า ไม่ว่าคนจนหรือคนรวย รวมทั้งการตัดงบประมาณรัฐบาลลงทั้งในส่วนของการทหาร และสวัสดิการสังคมต่างๆ เป็นมูลค่ารวมประมาณ 6 แสนล้านดอลล่าร์ study 1

ในส่วนของภาษีนั้นประเด็นสำคัญคือมาตรการลดภาษีที่ใช้มาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช กำลังจะหมดอายุลงในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีของคนอเมริกันทุกคนเพิ่มขึ้น แบบทั่วหน้าไม่ว่าจะมีรายได้เท่าใด ทางพรรครีพับลิกันนั้นต้องการให้ขยายเวลาใช้มาตรการลดภาษีนี้ออกไป โดยมีผลกับคนอเมริกันทุกคน แต่ทาง ประธานาธิบดี โอบาม่าไม่ต้องการให้ผลประโยชน์ทางภาษีที่ว่านี้ มีผลร่วมไปถึงคนอเมริกันที่ฐานะร่ำรวย คือครอบครัวที่มีรายได้เกิน 250,000 ดอลล่าร์ต่อปี รวมเข้าไปด้วย ซึ่งทางพรรครีพับลิกันก็ต่อต้านเรื่องนี้อย่างแข็งขัน และดูเหมือนทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในภาวะชะงักงันทางการเมือง เพราะยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นดังกล่าว study 2

เพื่อหลีกเลี่ยง Fiscal Cliff ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต้องพยายามหาทางตกลงกันให้ได้ เพราะหากต้องพลัดตกในหุบเหวการคลังนี้จริงๆ จะมีผลให้มีเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐทันที 600,000 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ เกรงว่านั่นจะทำให้ความต้องการสินค้าและบริการในสหรัฐลดลง การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง อัตราการว่างงานสูงขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐอาจกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง study 3

สิ่งที่ประธานาธิบดี โอบาม่าและพรรครีพับลิกันต้อง พยายามหาทางตกลงกันให้ได้ก่อนสิ้นปีก็คือจะลดงบประมาณค่าใช้จ่ายเท่าใดในส่วนใดบ้าง และจะเพิ่มรายรับคือภาษี เพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณลงได้อย่างไร ร่วมทางต้องตกลงกันว่าจะขยายเพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาลสหรัฐให้สูงกว่าระดับปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 16 ล้านล้านดอลล่าร์หรือไม่ เพื่อที่รัฐบาลสหรัฐจะสามารถกู้ยืมเงินได้เพิ่มขึ้น study 4

ในขณะเดียวกันสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Fitch Ratings ก็ระบุว่า อาจลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของสหรัฐลง จนกว่ารัฐบาลสหรัฐและรัฐสภา จะประนีประนอมกันได้ในเรื่องเพดานเงินกู้และหนี้ของรัฐบาล และยังบอกด้วยว่าผู้นำของทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน ต้องหาทางจัดทำแผนที่น่าเชื่อถือ ในการลดยอดขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ ให้ได้ภายในปีนี้ study 5



Vocabulary
การเลือกตั้ง - election
การว่างงาน - unemployment
กำลังจะ - about to; on the verge of
กู้ยืม - to borrow; to take out a loan
เกรง - to fear
ข้อผูกมัด - obligation
ขาดดุล - to be in deficit
ความน่าเชื่อถือ - reliability; trust
ค่าใช้จ่าย - expenses; costs
งบประมาณ - budget
เงินกู้ - a monetary loan
จนกว่า - as long as; up until
จัดอันดับ - to rank; to judge
ชะงักงัน - deadlock
ฐานะ - relative status
เติบโต - to grow
ถ้วนหน้า - everyone
ทางการคลัง - financial
ทางการเงิน - financial
เท่าใด - however much; however many
นักเศรษฐศาสตร์ - economist
ประธานาธิบดี - president
ประนีประนอม - to compromise
ประโยชน์ - benefit
พรรค - party; group
พลัด - to trip
เพดาน - ceiling
ภาวะ - circumstances; condition
ภาวะถดถอย - recession
ภาษี - tax
มีผลบังคับใช้ - to become effective
รัฐสภา - Congress
รายรับ - income
ร่ำรวย - wealthy
ล่าง - below; under
สภา - council; assembly
สวัสดิการ - welfare
สังคม - social
สำนัก - office; bureau; institute
สินค้า - merchandise
หลีกเลี่ยง - to avoid; to escape
หุบเหว - valley; ravine
ให้ได้ - [shows certainty, or emphasizes something needs to be done]
อย่างแข็งขัน - actively ; vigorously
อัตรา - rate

Home...